• gataya-saga@gmail.com
  • SAGA

ประเพณีด้านมืดของญี่ปุ่น

ประเพณีด้านมืดของญี่ปุ่น

gataya / October 8, 2018

        ปัจจุบันญี่ปุ่นถูกมองจากสายตาคนทั่วโลกด้วยความชื่นชมทางด้านความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง ความก้าวหน้าทางความรู้และเทคโนโลยี วัฒนธรรมที่มีระเบียบวินัยเป็นแบบอย่างของประชาชนพลเมืองชาวญี่ปุ่น แต่ถ้าหากมองย้อนอดีตบางช่วงของญี่ปุ่น กลับพบว่ามีบางช่วงที่เป็น “ด้านมืดของญี่ปุ่น”อย่างน่าสลด

ในสมัยเอโดะเมื่อหลายร้อยปีก่อน ญี่ปุ่นยังไม่ได้รวมเป็นหนึ่งเช่นปัจจุบันนี้  แผ่นดินญี่ปุ่นถูกแบ่งแยกการปกครองออกมากมาย อยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าเมืองในแต่ละแคว้น ราษฎรดำรงชีวิตอยู่ใต้บังคับบัญชาของเจ้าเมือง หรือเจ้าเหนือหัวนั้นๆ อำนาจการปกครองของแต่ละพื้นที่ ถือขาดจากเจ้าเหนือหัวเป็นอำนาจสูงสุดในเขตพื้นที่ของตัวเอง และเป็นอิสระโดยสมบูรณ์จากแคว้นหรือเมืองอื่นๆ ถ้าหากว่าอยากจะมีความสัมพันธ์ต่อกันก็เกี่ยวเนื่องด้วยผลประโยชน์ระหว่างท้ั้งสองฝ่ายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สำหรับอำนาจของบุคคลที่ครองตำปหน่งเจ้าเมือง ล้วนได้มาจากอำนาจทางทหารทั้งสิ้น

       เจ้าเมืองที่กร้าวแกร่งส่วนใหญ่ หลังได้ชัยชนะจากการทำศึกและสามารถรวบรวมประชาชนเป็นกลุ่มเป็นก้อนได้จนก่อตั้งเป็นเมืองขึ้นมาได้นั้น ในช่วงการปกครองระยะแรก มักไม่พบปัญหาอะไรมาก แต่พอสิ้นเจ้าเมืองคนแรกไปและทอดมาถึงเจ้าเมืองรุ่นลูกรุ่นหลาน ซึ่งเจ้าเมืองเลือดเนื้อเชื้อไขเหล่านี้ล้วนชินกับความสุขสบายใต้อำนาจของบรรพบุรุษของตน หากว่าลูกหลานเหล่านี้เป็นคนดีบ้านเมืองก็เจริญสุข “แต่ถ้าหากเป็นคนนิสัยหยาบช้าชั่วร้ายแล้วละก็บ้านเมืองราษฎรต้องพบกับความเดือดร้อนวุ่นวาย เผชิญความทุกข์ความยากไม่น้อยเลยทีเดียว”
       วิถีชีวิตของชาวบ้านชาวเมืองญี่ปุ่นที่ตกอยู่ใต้ด้านมืดการปกครองของผู้นำชั่วนั้น จำเป็นต้องจ่ายภาษีอากรบำรุงบำเรอผู้ปกครองเมืองทุกบ้าน หากรายได้ไม่เป็นที่พึงพอใจของเจ้าเมืองนั้นก็จะเรียกเก็บเพิ่มขึ้นอีก หากผู้ใดหาเงินมาจ่ายไม่ได้ก็จะสำเร็จโทษด้วยอำนาจอย่างไม่ปราณี และไม่สนว่าในปีนั้นๆรายได้ของประชากรจะน้อยลงไปบ้างอย่างไร ฝนจะตกหรือไม่ตกตามฤดูอย่างไร ฟ้าดินอากาศเกิดวิปริตแปรปรวน ความแห้งแล้งปกคลุมทุกหย่อมหญ้า พืชพันธ์ธัญญาหารเสียหาย ความอดอยากยากแค้นแผ่ไปทั่วพื้นที่ ทำให้รายได้จากชาวเมืองนั้นขาดหายบ้าง แต่ผู้นำชั่วไม่เคยเห็นอกเห็นใจความทุกข์ยากเข็นของราษฎรแม้แต่น้อย กลับมีความคิดที่ดำมืดไปกว่าเดิมว่า “รายได้ของราษฎรส่วนหนึ่งแทนที่จะสามารถส่งเงินมาให้ตนกลับต้องสูญเสียไปโดยไร้ประโยชน์กับการที่ต้องนำไปเลี้ยงดูพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายผู้ชราที่ไม่สามารถทำงานหาเงินได้”

       จึงได้ประกาศกฎหมายอ้างจารีตประเพณีที่เรียกว่า “อึบะซึเทะ” ระบุว่า “ครอบครัวใดเลี้ยงดูพ่อแม่หรือผู้ชราซึ่งมีวัยร่วงโรย ไม่มีเรี่ยวแรงทำมาหากิน ผู้เป็นลูกต้องนำไปปล่อยทิ้งไว้ในป่าบนภูเขาสูงหรือที่รกร้างห่างไกลเพื่อให้สิ้นชีวิต จิตวิญญาณจะได้ไปผุดเกิดใหม่ในภพที่กว่า” หลังจากจารีตประเพณีด้านมือนี้เกิดขึ้น ผู้เป็นลูกต้องแบกห้ามบุพพการีของตนไปทิ้งในป่า เพื่อให้เสียชีวิตด้วยความอดอยากหิวโหยเพียงลำพังจำมาก ความชั่วร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นจากจิตใจและเจตนาที่ตกต่ำดำมืดของชนชั้นขุนนางที่ไร้มโนธรรม ได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และประเพณีนี้ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลง

Copyright @ 2018 Gataya-SAGA. -Customization Reserved By SAGA -Theme Reserved Esol